วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ตัวดำเนินการเอกภาค (unary operator)

ตัวดำเนินการเอกภาค  (unary operator)
      คือ ตัวดำเนินการที่ดำเนินกับตัวแปรตัวเดียว เช่น ++x หรือ ++x หรือ –y หรือ y— 
ซึ่งมีลักษณะการใช้ 2 แบบ คือ 
ตัวดำเนินการเอกภาคเติมหน้า( prefix mode ) เช่น ++x  หรือ – y  ตัวดำเนินการแบบนี้จะทำงานก่อนที่จะทำตามคำสั่งอื่น  
 ตัวดำเนินการเอกภาคเติมหลัง (postfix mode) เช่น x++ หรือ y-- ตัวดำเนินการแบบนี้จะทำงานหลังจากที่ทำคำสั่งอื่น แล้ว

เครื่องหมายการคำนวณทางคณิตศาสตร์

เครื่องหมายการคำนวณทางคณิตศาสตร์
                การดำเนินการพื้นฐานที่สุดทั้งในชีวิตประจำวันและในการเขียนโปรแกรมก็คือ การคำนวณทางคณิตศาสตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการดำเนินการที่ต้องกระทำอยู่บ่อยครั้ง โดยเครื่องหมายที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ในภาษาC แสดงตารางดังต่อไปนี้


ลำดับของเครื่องหมายในการคำนวณ
ส่วนใหญ่นิพจน์ที่เขียนขึ้นในโปรแกรมมักจะมีความซับซ้อน มีการดำเนินการหลายอย่างปะปนอยู่ภายในนิพจน์เดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น a/b+15*c หรือ(a-b)*10/c&& d+5 ซึ้งผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ต้องพิจารณาลำดับความสำคัญก่อนหลังของเครื่องหมายที่ภาษา c กำหนดไว้ให้ ดังแสดงในตารางต่อไปนี้





ตัวดำเนินการตรรกะ (logical operator)

ตัวดำเนินการตรรกะ (logical operator)
       ตัวดำเนินการตรรกะใช้สำหรับเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนิพจน์ตรรกะตั้งแต่ 2 นิพจน์ขึ้นไป ผลจากการเชื่อมโยงดังกล่าว จะให้ผลลัพธ์เป็นจริงหรือเท็จ
ตัวดำเนินการ
ความหมาย
ตัวอย่าง
&&
และ(and)
x &&y
||
หรือ (or)
x || y
!
ไม่ (not)
x != y


ตัวดำเนินการสัมพันธ์ (relation operator)

ตัวดำเนินการสัมพันธ์ (relation operator)
    ใช้สำหรับเปรียบเทียบนิพจน์ ผลการเปรียบเทียบนิพจน์ที่มีตัวดำเนินการสัมพันธ์จะให้ผลลัพธ์เป็นจริงหรือเท็จ
ตัวดำเนินการ
ตัวอย่าง
การทำงาน
= =
เท่ากับ
x = = y
> 
มากกว่า
x > y
< 
น้อยกว่า
x < y
>=
มากกว่าหรือเท่ากับ
x >= y
<=
น้อยกว่า หรือเท่ากับ
x<= y
!=
ไม่เท่ากับ
x != y
        สำหรับนิพจน์ที่มีการใช้ตัวดำเนินการสัมพันธ์ เมื่อการเปรียบเทียบได้ผลลัพธ์เท่ากับศูนย์

จะแปลความหมายว่าเท็จ แต่หากผลลัพธ์เท่ากับหนึ่ง จะแปลความหมายว่าจริง

ตัวดำเนินการ

.ภาษาซีรองรับตัวดำเนินการหลายประเภท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ในนิพจน์เพื่อระบุการจัดการที่จะถูกทำให้เกิดผล ระหว่างการประเมินค่าของนิพจน์นั้น ภาษาซีมีตัวดำเนินการต่อไปนี้

1.                พีชคณิต ( +, -, *, /, % )
2.                การกำหนดค่า ( = )
3.                การกำหนดค่าแต่งเติม ( +=, -=, *=, /=, %=, &=, |=, ^=, <<=, >>= )
4.                ตรรกะระดับบิต ( ~ ,  & , | , ^ )
5.                การเลื่อนระดับบิต ( << ,  >> )
6.                ตรรกะแบบบูล ( !, &&, || )
7.                การประเมินค่าเชิงเงื่อนไข ( ?: )
8.                การทดสอบภาวะเท่ากัน ( ==, != )
9.                การรวมอาร์กิวเมนต์ฟังก์ชัน ( ( ) )
10.           การเพิ่มค่าและการลดค่า ( ++, -- )
11.           การเลือกสมาชิกในวัตถุ ( . , -> )
12.           ขนาดของวัตถุ ( sizeof )
13.           ความสัมพันธ์เชิงอันดับ ( <,  <= ,  >,  >= )
14.           การอ้างอิงและการถูกอ้างอิง ( &, *, [ ] )
15.           การลำดับ ( , )
16.           การจัดกลุ่มนิพจน์ย่อย ( ( ) )
17.          การแปลงชนิดข้อมูล ( ( ) )

ค่าคงที่ (constant)

ค่าคงที่ (constant)
          ตัวคงที่ (constant)
                ตัวคงที่มีลักษณะคล้ายตัวแปร แตกต่างจากตัวแปรตรงที่ ค่าที่เก็บในตัวคงที่จะคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งจบโปรแกรม แต่ค่าที่เก็บในตัวแปรสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
การประกาศตัวคงที่
                การประกาศตัวคงที่ทำได้ 2 วิธี ดังนี้
1. ใช้คำหลัก const   ตามรูปแบบดังนี้
                              const   ชนิดข้อมูล  ชื่อตัวแปร = ค่าคงที่เก็บในตัวแปร;
ตัวอย่าง  การประกาศตัวคงที่โดยใช้คำหลัก  const
         const   int  count = 100;             //กำหนดให้ count  เป็นตัวคงที่ชนิด  int  และเก็บค่า 100
         const   float  vat = 0.07;             //กำหนดให้  vat  เป็นตัวคงที่ชนิด  float  และเก็บค่า  0.07
          const   float  pi = 3.14159;       //กำหนดให้  pi  เป็นตัวคงที่ชนิด  float  และเก็บค่า  3.14159
 2. ใช้ตัวประมวลผลก่อน ตามรูปแบบดังนี้
                                #define   ชื่อตัวคงที่   ค่าคงที่
                ตัวอย่าง  การประกาศตัวคงที่ โดยใช้ข้อความสั่งประมวลผลก่อน
           #define   COUNT   100          //กำหนดให้   COUNT เป็นตัวคงที่ชนิด   int   และเก็บค่า   100
           #define   VAT   0.07              //กำหนดให้   VAT   เป็นตัวคงที่ชนิด   float   และเก็บค่า   0.07

           #define   PI   3.14159            //กำหนดให้   PI    เป็นตัวคงที่ชนิด   float   และเก็บค่า   3.14159

การแสดงผลและการรับข้อมูล

การแสดงผลและการรับข้อมูล
แสดงผลออกทางหน้าจอ 
    คำสั่ง printf() 
           คำสั่ง printf ถือว่าเป็นคำสั่งพื้นฐานที่สุดในการแสดงผลข้อมูลทุกชนิดออกทางหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม( int ) , ทศนิยม ( float ) , ข้อความ ( string ) หรืออักขระ นอกจากนี้คำสั่งยังมีความยืดหยุ่นสูง โดยเราสามาถกำหนดหรือจัดรูปแบบการแสดงผลให้มีระเบียบหรือเหมาะสมตามความต้องการได้อีกด้วย รูปแบบการเรียกใช้คำสั่ง printf แสดงได้ดังนี้
printf(“ format ” , variable);
format : ข้อมูลที่ต้องการแสดงออกทางหน้าจอโดยข้อมูลนี้ต้องเขียนไว้ในเครื่องหมาย “ ” ข้อมูลที่สามารถแสดงผลได้มีอยู่ 2 ประเภท คือ ข้อความธรรมดา และค่าที่เก็บไว้ในตัวแปร ซึ่งถ้าเป็นค่าที่เก็บไว้ในตัวแปรต้องใส่รหัสควบคุมรูปแบบให้ตรงกับชนิดของข้อมูลที่เก็บไว้ในตัวแปรนั้นด้วย
variable : ตัวแปรหรือนิพจน์ที่ต้องการนำค่าไปแสดงผลให้ตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้
รหัสควบคุมรูปแบบการแสดงผลค่าของตัวแปรออกทางหน้าจอ แสดงได้ดังนี้
รหัสควบคุมรูปแบบ
การนำไปใช้งาน
%d
สำหรับแสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม ( int, short, unsigned short, long, unsigned long)
%u
สำหรับแสดงผลตัวเลขจำนวนเต็มบวก ( unsigned short, unsigned long )
%o
สำหรับแสดงผลออกมาในรูปแบบของเลขฐานแปด
%x
สำหรับแสดงผลออกมาในรูปแบบของเลขฐานสิบหก
%f
สำหรับแสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนทศนิยม ( float, double, long double )
%e
สำหรับแสดงผลตัวเลขทศนิยมออกมาในรูปแบบของ ( E หรือ e ) ยกกำลัง ( float, double, long double )
%c
สำหรับแสดงผลอักขระ 1 ตัว ( char )
%s
สำหรับแสดงผลข้อความ ( string หรืออักขระมากกว่า 1 ตัว)
%p
สำหรับแสดงผลตัวชี้ตำแหน่ง ( pointer )
แสดงผลให้เป็นระเบียบด้วยอักขระควบคุมการแสดงผล 
      อักขระควบคุมการแสดงผลหลายรูปแบบด้วยกัน ดังแสดงต่อไปนี้
อักขระควบคุมการแสดงผล
ความหมาย
\n
ขึ้นบรรทัดใหม่
\t
เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 แท็บ (6 ตัวอักษร)
\r
กำหนดให้เคอร์เซอร์ไปอยู่ต้นบรรทัด
\f
เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 หน้าจอ
\b
ลบอักขระสุดท้ายออก 1 ตัว
ควบคุมขนาดพื้นที่แสดงผล
         ตามปกติในการแสดงผลโปรแกรมจะเตรียมพื้นที่ให้พอดีกับข้อความ เช่น ถ้าจะแสดงข้อความ HELLO ซึ่งมี 5 ตัวอักษร โปรแกรมจะจัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้พอดีสำหรับ 5 ตัวอักษร ดังแสดงรูปต่อไปนี้
H
E
L
L
O
แต่เราสามารถเพิ่มพื้นที่ในการแสดงผลได้ตามต้องการ เช่น กำหนดให้แสดงข้อความ HELLO ในพื้นที่ขนาด 8 ตัวอักษร โปรแกรมจะแสดงข้อความชิดด้านขวาของพื้นที่ที่จองไว้ โดยจะเว้นพื้นที่ว่างทางด้านซ้ายอีก 3 ช่องที่เหลือเอาไว้ ดังรูป



H
E
L
L
O
วิธีกำหนดขนาดพื้นที่การแสดงผล ให้ใส่ตัวเลขขนาดของพื้นที่ที่ต้องการไว้หลังเครื่องหมาย % ในรหัสควบคุมรูปแบบ
ควบคุมตำแหน่งตัวเลขหลังจุดทศนิยม 
          นอกจากนี้ในการแสดงผลตัวเลขหลังจุดทศนิยม   ตามปกติถ้าไม่ได้กำหนดค่าใด ๆ เพิ่มเติม   เมื่อใช้รหัสควบคุมรูปแบบ %f โปรแกรมจะแสดงตัวเลขทศนิยมทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ในกรณีที่เราต้องการตัดให้แสดงตัวเลขหลังจุดทศนิยมเท่าที่จำเป็น (เช่น 2 หรือ 3 ตำแหน่ง) ก็สามารถกำหนดค่าเพิ่มไปกับรหัสควบคุมรูปแบบได้ ดังต่อไปนี้
% . nf
n : จำนวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่ต้องการให้แสดงผล
รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด 
         การทำงานของโปรแกรมส่วนใหญ่มักจะเป็นการเชื่อมโยงกับผู้ใช้แบบ 2 ทิศทาง นั่นก็คือ ทั้งภาคของแสดงผลการทำงานออกทางหน้าจอ และภาคของการรับข้อมูลจากผู้ใช้เข้ามาทางคีย์บอร์ด เพื่อร่วมในการประมวลผลของโปรแกรม ซึ่งในภาคของการรับข้อมูลจากผู้ใช้
คำสั่ง scanf()
          ในภาษาซี การรับข้อมูลจากคีย์บอร์ดสามารถทำได้โดยการเรียกใช้ฟังก์ชัน scanf() ซึ่งเป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด โดยสามารถรับข้อมูลได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม ( int ) , ทศนิยม ( float ) ,อักขระ ( char ) หรือข้อความก็ตาม รูปแบบการเรียกใช้คำสั่ง scanf() คล้ายกับการเรียกใช้คำสั่ง printf() ดังแสดงต่อไปนี้
scanf(“format” , &variable) ;
format : การใช้รหัสควบคุมรูปแบบ เพื่อกำหนดชนิดของข้อมูลที่จะรับเข้ามาจากคีย์บอร์ด โดยรหัสควบคุมรูปแบบจะใช้ชุดเดียวกับรหัสควบคุมรูปแบบของคำสั่ง printf()
variable : ตัวแปรที่จะใช้เก็บค่าข้อมูลที่รับเข้ามาจากคีย์บอร์ด โดยชนิดของตัวแปรจะต้องตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ หน้าชื่อของตัวแปรจะต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย & ยกเว้นตัวแปรสตริงสำหรับเก็บข้อความเท่านั้นที่ไม่ต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย &